กลับมาอัพบล็อกแล้วเจ้าค่า.... หลังจากที่หายหัวไปเกือบสัปดาห์นึง
 
 
ที่หายหัวไปไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ เป็นเพราะว่ายูริกำลังรอใจจดจ่อกับหนังสือเล่มนี้ซึ่งเป็นอีกเล่มที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์แต่ง ใครยังจำหนังสือป๊ะป๋าเฟรเดอริคมหาราชที่ยูริเคยนำเสนอไปคราวก่อนนั่นแหละค่า (คลิกตรงนี้เลยนะคะ)
 
 
หนังสือลอร์ดเนลสันเล่มนี้ ยูริกับชินก็ยังไปซื้อที่ร้านคลังวิทยาบูรพาร้านเดิม แต่ยูริแอบเสียดายในงานสัปดาห์หนังสือมากๆ ในงานนั้นมีบู้ทของสำนักพิมพ์นี้ด้วย หนูกะจะซื้ออยู่แล้วเชียว~~ แต่ช่วงนั้นชินยังไซโคท่านเนลสันไม่ติดเหมือนกะตอนนี้ = =llll
 
v
 
v
 
v
 
 
หน้าปกของหนังสือค่ะ เล่มนี้เป็นเล่มที่ตีพิมพ์ครั้งที่3 (2520)
 
 
ข้างในปก
 
 
ด้านหลัง เหมือนหนังสือของป๊ะป๋าเลยค่ะ
 
 
สันหนังสือค่ะ เล่มนี้มีความหนามากกว่าหนังสือป๊ะป๋าซะอีก (กะจะอ่านเสร็จ แฮร่~~ ปาไปตีสองของวันอังคาร = =llll)
 
 
เมื่อลองมาเทียบกันแล้ว หนังสือท่านเนลสันจะเล่มใหญ่กว่า (และมีภาพประกอบเยอะกว่าด้วยค่ะ โดยส่วนใหญ่จะเป็นภาพแผนที่การเดินเรือที่สำคัญๆของท่านลอร์ด)
 
 
 
 
เอาล่ะค่ะ จบจากการถอดใส้ใน(?) ของหนังสือไปแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลามาคอมเมนท์เตเตอร์กันบ้างล่ะ(และเป็นการอัพเรื่องประวัติของท่านซะเลย :-P)
 
และ...เหมือนคราวที่แล้วที่เคยรีวิวหนังสือป๊ะ๋ป๋า...
 
 
 
*ต่อไปนี้จะเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของยูริสำหรับหนังสือเล่มนี้นะคะ ข้อความที่เขียนมานั้นกรุณาใช้วิจารณญาณด้วยค่ะ*
 
 
 
 
รูปเล่มและอื่นๆของหนังสือ
 
1. เรื่องราคาของหนังสือก็เหมือนที่เคยซื้อของป๊ะป๋าแหละค่ะ แต่... เล่นหนาแบบนี้ ตอนไปที่ร้านวันนั้นทางร้านกลับลดให้....จาก 150 เป็น 135!! //กระโดดติดฝาบ้าน \>w
 
2. สำหรับเรื่องอักขระนั้น บางหน้าพิมพ์ตกก็มีประปราย (เอายูริอึ้งเลยค่ะ) แต่เทียบกับอันที่แล้ว หนังสือท่านลอร์ดจะอ่านง่ายกว่า (เพราะท่านมิใช่กษัตริย์ซึ่งต่างจากของป๊ะป๋าที่ต้องมานั่งเกลาเรื่องภาษาอีกที)
 
3. ส่วนเรื่องภาพปลากรอบ(ประกอบ) อย่างที่บอกข้างต้น ในเล่มนี้มีภาพแผนที่การเดินเรือของท่านลอร์ดด้วย เพื่อให้ท่านผู้อ่านสามารถนึกภาพตามได้
 
 
 
เนื้อหาของเนลสันโดยรวม (และเป็นการอัพประวัติท่านไปด้วยนะเออ....)
 
 
1. แฮร้ย~ ตอนนี้ก็มาถึงอัพประวัติท่านลอร์ดเนลสันกันแล้วนะคะ ท่านลอร์ดนั้น มีชื่อจริงเต็มๆว่า "โฮราชิโอ เนลสัน" (Horatio Nelson) ท่านเกิดแถวๆใกล้ชายฝั่งในมณฑลนอร์ฟอล์กของอังกฤษค่ะ ท่านเกิดวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1758 (อยู่ในช่วงที่เกิดสงครามเจ็ดปีในยุโรป)
 
2. ครอบครัวของท่านลอร์ดนั้นเป็นครอบครัวนักธรรมค่ะ (คาดว่าครอบครัวของท่านเป็นชาวคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์) ซึ่งครอบครัวของท่านเป็นระดับชนชั้นกลางๆเหมือนเราๆนี่แหละ พี่น้องของท่านลอร์ดนี่รวมตัวท่านเองก็ทั้งหมด 11 คน (แต่มีบางคนที่เสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย) ท่านนั้นเป็นลูกคนที่5ค่ะ (เกือบเป็นน้องเล็กแล้วเห็นมั้ยล่ะ) ในความที่ท่านเกิดมาเป็นลูกนักธรรมนั้น ทำให้ท่านมีนิสัยเรียบร้อย สุภาพ เพราะได้รับการอบรมอย่างลูกผู้ดีอังกฤษและเป็นคนที่รักญาติพี่น้องมากๆ
 
3. เมื่อท่านอายุได้12ขวบ แต่เดิมนี่ท่านก็เรียนอยู่รร.กินนอนพร้อมกับพี่ชายคนโตคือ วิลเลี่ยม เนลสัน แต่ทว่า...เป็นโชคดีของท่านเนลสันหรือเปล่านะคะ (และอาจเป็นเ้ส้นทางสู่ฮีโร่แห่งราชนาวีอังกฤษตลอดกาล) ที่ท่านได้คำชักชวนของคุณน้าของท่านคือ "มอริส ซัคคลิง" ซึ่งเป็นกัปตันเรือคสำคัญของราชนาวีซะด้วย ซึ่งเนลสันก็ตกลงใจไปเป็นลูกเรือตามคุณน้าไป (ยูริอ่านตอนที่เนลสันอยู่ประจำเรือครั้งแรก ฮ่ะๆ ท่านเนลสันเองก็แอบคิดถึงบ้านเหมือนอย่างเราๆตอนเด็กๆที่เคยติดบ้านติดเรือนตั้งแต่เด็ก)
 
(เนลสัน vs คุมะจิโร่...(?))
 
 4. จากภาพ.... อ่าฮะ เป็นช็อตที่ยูริแอบขำไม่ได้ค่ะ ตอนนั้นเนลสันเป็นเด็กที่ชอบผจญภัย มีอยู่วันนึงเนลสันพาเพื่อนไปล่าสัตว์ ไปๆมาๆ ในระหว่างที่เนลสันกำลังโชว์พาวอยู่นั่นเอง ปรากฎว่าได้พบเจอกับน้องหมีคุมะจิโร่ซัง (หมีขั้วโลกนั่นแหละค่ะ.... XD)จะเข้ามาจู่โจม เนลสันเห็นดังนั้นก็รีบคว้าปืนยิง แต่....กระสุนกลับไม่ขับออกจากปากกระบอกปืน... (เฮ้ยยยย!!) เนลสันจึงตัดสินใจเอาปืนหมายที่จะฟาดคุมะจิโร่ แต่พอดีทางทหารเรือยิงปืนใหญ่ถล่มซะก่อน... (เนลสันพอกลับไปที่เรือก็โดนแว้ดใส่เลยค่ะ 555)
 
5. เส้นทางของการเป็นทหารเรือของเนลสันมีแต่จะพี๊คกะพี๊คค่ะ เนลสันสามารถสอบไล่ได้และได้ไต่เต้ายศทหารจนถึงระดับนาวาเอกได้อย่างรวดเร็ว (อายุตอนนั้นราวๆ20กว่าๆ)
 
(ท่านเนลสันตอนได้เป็นกัปตัน)
 
6. จากข้อนี้ คิดว่าการที่เนลสันได้เป็นราชนาวีสมใจอยากนั้นก็ดีอยู่แล้วล่ะนะคะ แต่เนลสันต้องพบอุปสรรค์เรื่องสุขภาพที่คอยมารุมเร้าจนเป็นเพื่อนกันไปได้เลย อย่างเช่นโรคไข้จับสั่น ไข้ป่า ไข้เหลือง ไข้มาเลเซียมาลาเรีย โรคเก้าท์รักตัวเอง และอีกโรคที่ตอนเป็นนายพลนั้นก็ยังรักษาไม่หายก็คือโรคเมารักคลื่นทะเลค่ะ แต่ท่านเนลสันก็สามารถหายป่วยได้จนแทบไม่น่าเชื่อ (แม้ว่าบางทีโรคต่างๆก็ยังคอยมาเซย์ไฮมาหาท่านอยู่ก็บ่อยๆก็ตามเต๊อะ!) โดยส่วนใหญ่นั้นเมื่อท่านได้สัมผัสกับอากาศของทะเล ท่านจะหายป่วยค่ะ
 
7. ไปๆมาๆ ความเคยชินที่เนลสันเคยได้ยศอย่างรวดเร็วก็มาหยุดชะงักงัน หลังจากสงครามประกาศอิสรภาพอเมริกา (ในเฮตาเลีย จำได้ไหมคะที่เป็นตอนที่อาเธอร์กับอัลเฟรดสู้กันทั้งน้ำตาและเป็นสตริปที่ดราม่าสวดยวดในเฮตาเลียเลยล่ะค่าาา....) ท่านต้องทนทุกช์ในเรื่องเงินๆทองๆ จนท่านต้องรีบหาทางแต่งงานกับแฟนคนแรกที่ชื่อ ฟรานเซส "แฟนนี่" นิสเบต (เลดี้ เนลสันนี่แหละค่า)โดยด่วนนนนนน แฟนนี่นั้นเป็นแม่ม่ายลูกติดค่ะ ซึ่งในช่วงที่เนลสันแต่งงานกับเธอนั้น ทั้งคู่แทบจะไม่มีเวลาให้กันและกันเลย (ท่านยังไม่เคยคิดที่จะมีลูกด้วยกันเป็นเพราะเรื่องสุขภาพของท่านเอง)
 
(ภรรยาท่านเนลสันคนแรกที่ถูกต้องตามกฎหมาย)
 
8. และแล้ว ชะตาของฮีโร่ราชนาวีอังกฤษก็เริ่มพลิกล๊อค เมื่อเกิดเหตุการณ์ "การปฏิวัติฝรั่งเศส" ในปี ค.ศ. 1793 ท่านได้รับคำสั่งไปประจำการที่เรืออะแกเม็มนอน "Agamemnon" (ซึ่งยูริชอบเรียกเพี้ยนว่าอะมาเกดอนอยู่เรื่อย! โอ๊ย! เซ็งตัวเองจังเลยค่าาาา T v T) และไปควบคุม ณ น่านน้ำเมริเตอเรเนียน
 
 
9. การรบในช่วงนี้ มีการรบที่ท่านควรจดจำเอาไว้คือที่ท่าเรือตูลองซึ่งเป็นท่าเรือของเกาะคอร์ซิก้าซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่านนโปเลียน โบนาปาร์ตที่พวกเรารู้จักกันดีนี่เองค่ะ ซึ่งนโปเลียนตอนนั้นยศผู้พัน และควบคุมป้อมปืนใหญ่อีก (อีกหน่อยก็คงกลายเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในชีวประวัติของท่านเนลสัน) ภารกิจก็คือไปโจมตีเมืองคาลวี่ และภารกิจนี้ ท่านเนลสันต้องสูญเสียดวงตาข้างขวาไปเนื่องจากถูกกระสุนปืนจากททารฝรั่งเศสยิงมา
 
 
 
 
10. ถึงจะสูญเสียตาข้างนึงไปแล้ว ท่านเนลสันก็บ่ยั่นเจ้าค่ะ อีก 4 ปีต่อมา ในวันวาเลนไทน์ ท่านเนลสันใช้ความกล้าหาญของท่านยึดกองเรือประเทศบอส(สเปน)ที่แหลมเซนต์วินเซนต์ประเทศโปรตุเกตได้เพียงคนเดียว!! ผลปรากฎว่ากองทัพของท่านนั้นสามารถกวาดต้อนขับไล่ทหารสเปนไปหมดทั้งกองทัพ ทำให้ทางอังกฤษเลื่อนยศตำแหน่งของเนลสันจากเดิมทีเป็นนาวาเอกเป็นพลเรือตรี และเป็น เซอร์ โฮราชิโอ เนลสัน (ถึงจะเลื่อนยศแล้ว แต่ท่านก็มักจะแอบน้อยใจลึกๆนะคะว่าเป็นถึงขั้นนี้แล้วทำไมยังไม่เป็นผู้บัญชาการหลักซักกะที... =3=)
 
 
ต่อมาในปีเดียวกันนั่นเอง กองทัพของท่านก็ไปโจมตีที่ซางตาครูซซึ่งอยู่ในเกาะแคนารี่ของสเปนค่ะ แต่ดูเหมือนกองทัพของท่านจะรบไปไม่ค่อยเวิร์คเลย ในสนามรบนี้ฝ่ายของท่านเ็ป็นฝ่ายแพ้ไป พร้อมกันนั้น ท่านก็ยังสูญเสียแขนข้างขวาไปอีก... T^T
 
 
 
11. แม้ทั้งตาทั้งแขนของท่านเนลสันจะเสียไป แต่มันยิ่งเพิ่มความกล้าหาญของท่านมากขึ้นค่ะ (สุดยอดมากกกก) ในปี 1798 ซึ่งเป็นจุดเช็คพอยท์ที่ทำให้เนลสันเทียบเท่าให้เป็น "คู่ปรับตลอดกาลทางประวัติศาสตร์" ของนโปเลียน นั่นก็คือสมรภูิิมิ "แม่น้ำไนล์" ที่อียิปต์
 
(อันนี้ภาพจากในเกม Napoleon Total War นะคะ :-P)
 
ภารกิจในครั้งนี้เป็นการตัดเสบียงของกองทัพฝรั่งเศสและกวาดต้อนกองทัพฝรั่งเศส แต่น่าเสียดายมากกกกกกกก (ยูริร้องเสียดายเองค่ะ...แหะๆ...) ที่กองทัพทั้งสองนั้นต่างคนต่างแล่นไปทำให้คลาดเคลือนจนเกือบจะได้สู้กะท่านนโปเลียนแล้วเชียว (ยูริหมายถึงบนบกน่ะค่ะ... ถ้าเป็นในทะเลท่านนโปฯก็คงจะบอกเซย์ว่าซอรี่ล่ะท่านเอ๋ย.... เพราะท่านไม่เก่งควบคุมทัพทางทะเลค่า) ใจจริงนั้นท่านเนลสันเองก็อยากเจอท่านนโปเลียนมากกเลยยย (ตอนที่ท่านนโปเลียนขึ้นเป็นจักรพรรดิ์นั้นท่านยังนับถือความสามารถของเนลสันจนในห้องทำงานมีรูปปั้นของเนลสันอยู่ด้วยล่า~~) พอจบการรบครั้งนี้แล้ว ชื่อเสียงของท่านเนลสันกลายเป็นที่ป๊อปปูล่าร์มากในอังกฤษเลยค่ะ
 
 
 
 
12. หลังจากนั้น ท่านเนลสันพากองเรือของท่านที่เนเปิลเพื่อช่วยท่านเฟอร์ดินานด์แห่งเนเปิล(ซีซีลี่) แต่โชคชะตาในเรื่องความรักของท่านดันเกิดไปพัวพันกับ เอมม่า "เลดี้" ฮามิงตัน ซึ่งเป็นภรรยาท่านรัฐมนตรีเซอร์วิลเลี่ยม ฮามิงตันซึ่งแก่กว่าเอมม่าจนเรียกเป็นรุ่นลูกได้แล้วมั้ง.... แต่น่าแปลกมากค่ะ ที่ท่านเซอร์ฮามิงตันไม่สงสัยในความสัมพันธ์ลับของทั้งคู่จนท่านเซอร์เสียไปแล้ว
 
 
 
 
(ห่ะ... พอดีว่าในช่วงที่ท่านเนลสันกำลังหลงรักคุณนายฮามิงตันอยู่ ภาพของเธอก็เยอะ ท่านเนลสันก็มักจะชอบแขวนรูปเลดี้ ฮามิงตันเอาไว้อยู่ เช่นห้องรับแขก ห้องทานข้าว เป็นต้น)
 
ถึงเรื่องนี้ท่านเซอร์จะไม่รู้ แต่ภรรยาแท้ๆของเนลสันรู้ค่ะ ก็เลยไม่ยอมคุยอีกเลย ถึงเกิดเรื่องอื้อฉาวแบบนี้แต่ท่านเนลสันเองก็มิได้สนใจซักนิด.... =___= แถมทางอังกฤษยังเลื่อนยศอีกเป็นพลโทอีก....  - -lll เรื่องราวอื้อฉาวของท่านก็ยังดำเนินไปเรื่อยจนกระทั่งท่านเนลสันกับเลดี้ฮามิงตั้นมีลูกด้วยกัน 1 คน (ตอนท้องนี่สุดยอดแห่งการปกปิดมากๆเลยค่ะ เพราะสมัยก่อนผู้หญิงจะใส่ชุดใหญ่ๆเพื่ออำพรางได้....) ลูกของท่านเนลสันคนนี้เป็นลูกคนแรกของเนลสันนะคะแฮร้ยยยย~~ ชื่อ ฮอเรเชีย ทอมสัน "เนลสัน"  ซึ่งท่านกับคุณนายฮามิงตันคอยบอกลูกสาวอยู่เสมอๆว่าฮอเรเชียนั้นเป็นลูกบุตรธรรมของพวกเขา (แต่ความรักที่ท่านเนลสันมอบให้นั้นเกินกว่าที่จะพ่อเลี้ยงมอบให้ซะอีก)
 
 
 
 
 
 
 
13. ต่อมา ในการรบที่โคเปอเฮนเกนที่เดนมาร์ค ไม่รู้ว่าท่านเนลสันเซ่อหรือเปล่า...(//โดนแทง) เพราะัดันส่องกล้องไปที่ตาที่บอดจนท่านบอกว่า "ผมไม่ได้รับสัญญาณอะไรเลยนะ...." จนรบชนะที่นั่น... = =llll (แต่เท่าที่ยูริอ่านในหนังสือเล่มนี้ คาดว่าเป็นการล้อเลียนกันมากกว่าค่ะ ที่จริงนั้นอาจจะเป็นเพราะการส่งสัญญาณคลาดเคลื่อนกันมากกว่า...ไม่ใช่ส่องกล้องผิด....) ในการรบครั้งนั้น ทางนักประวัติศาสตร์ถือว่าเป็นการรบที่สำคัญนะคะ แม้ว่าเนลสันเองก็อยากจะให้ทางอังกฤษรับผลการรบครั้งนี้อยู่เต็มแก่.... แต่ทางอังกฤษกลับไม่รับเพราะเกรงว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอังกฤษกับเดนมาร์กไปในทางที่ไม่ดี (หรือเพราะไม่ไว้ใจคุณนายฮามิงตันกันแน่หว่า....) หลังจากศึกนี้ ท่านเนลสันกับเลดี้ ฮามิงตันก็ได้พักอยู่แถบๆชานเมืองของอังกฤษ
 
 
14. ต่อมา ในปี 1805 ซึ่งเป็นปีี่ที่เนลสันจะต้องสละเวลาความสุขครั้งใหญ่ไปตลอดกาล จากที่เคยใช้ชีวิตหวานแหวว เขียนจม.รักกัน(จนจะอยากพาท่านไปเข้าสมาคมมุขเสี่ยวๆในเฟสบุ๊ค!=____=) แต่ ณ ตอนนี้ ท่านเนลสันก็ได้เป็นแม่ทัพเรือเต็มตัว ท่านเนลสันได้เป็นผู้บัญชาการเรือ "วิคตอรี่" ซึ่งเป็นเรือสงครามขนาดใหญ่ ท่านเนลสันตอนนี้ก็คงอาจจะไม่ค่อยมีเวลาว่างมาตอบจม.กันเหมือนแต่ก่อนจนทำให้เอมม่าคิดว่าท่านนั้นเป็นคนที่ไม่รักษาสัญญา ตอนนี้ ท่านมียศเป็นท่านลอร์ดพร้อมกับตำแหน่งท่านเคาท์แดร็กคูล่า เอ้ย! ไวส์เคาท์ที่1ต่ากหากล่ะยูริ! ติดตามมาด้วย
 
(ท่านเนลสันในห้องทำงานก่อนถึงศึกทราฟัลการ์)
 
15. ในวันที่ 21 ตุลาคม ปีเดียวกัน (ในสงครามนโปเลียน) ที่แหลมไอดอลทราฟัลการ์ของสเปน กองทหารเรืออังกฤษทำการโจมตีกองทหารฝรั่งเศส-สเปนซึ่งสามวันก่อน นายพลปีแอร์ เดอ วิลองเนิฟผู้บัญชาการเรือฝ่ายฝรั่งเศสที่เคยเจอกองทัพของท่านเคาท์เนลสันที่ตูลองนั้นเอง เกิดการชิ่งหนี่ไปซะดื้อๆ (ตอนนั้นทางฝรั่งเศส ท่านนโปเลียนยกเลิกคำสั่งไปอังกฤษแล้วค่ะ) ในศึกครั้งนี้ ถึงทางอังกฤษกำลังเป็นต่อเพราะโจมตีข้าศึกอย่างรุนแรง (ฝั่งอังกฤษเรือไม่เสียหายเลยซะกะลำเดียว) แต่โชคร้าย... นายพลคนเก่งของเราถูกยิงตกลงมาจากดาดฟ้าเรือทันที (เพราะท่านนั้นรีบไปรบไม่ได้เปลี่ยนชุดเลยจนเข็มเกียรติยศที่ประทับเอาไว้เต็มเสื้อมาสะท้อนแสงอาทิตย์ทำให้โดนข้าศึกยิงได้ง่าย ไม่ได้จงใจฆ่าตัวตายเพราะเรื่องส่วนตัวแต่อย่างใดนะคะ... บวกกับเวลานั้น นายทหารคนสนิทอย่างฮาร์ดี้ดันติดธุระการรบด้านล่างอยู่....) รอยกระสุนนั้นเข้าบริเวณหน้าอกด้านซ้าย กระดูกสันหลังแตกทะลุเข้าปอด
 
 
16. หลังจากท่านเนลสันถูกยิงไปแล้ว เหล่าทหารที่เหลือต่างก็พาร่างของเนลสันอันไร้สภาพเครื่องแบบทหารซึ่งตัวท่านกำลังจะหมดลมหายใจนั่นเองไปพักหลบใต้เรือ เนลสันใช้แรงเฮือกสุดท้ายนี้เพื่อเฝ้ารอความสำเร็จของทหารอังกฤษประมาณ 3 ชม. ก่อนที่ท่านจะสิ้นใจ ท่านขอให้นายทหารฮาร์ดี้เข้าจูบที่หน้าผากและแก้ม (เหมือนจูบลายังไงเลยอ่า T^T) หลังจากที่อังกฤษได้รับชัยชนะแล้ว ประโยคสุคท้ายที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ก็คือ...
 
 
"I thank God for this opportunity of doing my duty."
"ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ผมทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มความสามารถ"

 

 
จากนั้น นัยตาทั้งสองข้างรวมทั้งตาที่บอดนั้นก็ปิดลง เป็นการปิดฉากการเดินทางการรบของท่านโดยสมบูรณ์...
 
 
 
ปี 1806 ร่างของท่านเนลสันถูกนำกลับมาที่อังกฤษ และทำพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ที่โบสถ์ชื่อดัง โบสท์เซ็นพอล ที่คริสโตเฟอร์ รีฟเป็นผู้ออกแบบ หลังจากที่เนลสันเสียชีวิตไปแล้ว มรดกของท่านก็ตกไปอยู่ที่แฟนนี่ เนลสัน และญาติๆ ส่วนทางเลดี้ ฮามิงตันและลูกสาวกลับไม่ได้รับอะไรเลยผิดจากที่เนลสันเคยฝากเอาไว้ก่อนตาย (อ่าว... ซะงั้น...)
 
 
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
แฮ่กๆๆ จบแล้วค่ะ... ประวัติของท่านเนลสันนี้ยูริคิดว่าท่านนั้นเป็นสุดยอดของการนำยุทธวิธีการบทางทะเลเลยล่ะ
 
ถึงแม้ในนี้อาจจะบอกไม่ละเอียดเท่าไหร่ว่าในการรบท่านใช้วิธีแบบไหน แต่ที่น่าชื่นชมกว่าก็คือความกล้าหาญของท่านค่ะ ท่านเนลสันเองแม้ว่าจะเสียอวัยวะไปแต่ดูเหมือนท่านจะไม่ท้อใจง่ายๆเพราะเลือดของความเป็นทหารมีอยู่เต็มเปี่ยม แต่ในทางกลับกัน ในชีวิตความเป็นอยู่ท่านอาจจะไปค่อยสุขสบายนานนักเพราะท่านดันไปหลงรักคนมีแฟน แล้วมันผิดตรงไหน.... (น่าน... ร้องซะเป็นเพลงเชียว...  = =) จนต้องอยู่แบบว่า ถึงจะต้องใส่หน้ากากก็ยอม...
 
ทิ้งท้ายด้วยสถานที่แห่งความทรงจำของท่านลอร์ดเนลสันที่ "ทราฟัลการ์ สแควร์" ในลอนดอน บนยอดเสานั้นมีรูปปั้นเท่ๆของท่านยืนอยู่ตรงนั้นด้วยค่ะ และเรือรบในศึกทราฟัลการ์ "เรือวิคตอรี่" ก็ถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีที่อู่เรือ Porthmouth
 
(ทราฟัลการ์ สแควร์ค่ะ...)
 
(เรือรบวิคตอรี่ที่ใช้ในศึกทราฟัลการ์ที่เนลสันเป็นผู้บัญชาการค่ะ)
 
 
 
และโค้ดข้อความอันโด่งดังซึ่งเป็นโค้ดของธงที่ถูกชักขึ้นสู่ยอดเรือเอาไว้คือ...
 
 
 
 
" England expects that every man will do his DUTY. "

" อังกฤษ มุ่งหวังให้ทหารทุกคน จักทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ "
 
 
สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่อ่านประวัติท่านเนลสันมาจนถึงตรงนี้นะคะ อาจจะยาวไปหน่อยนึงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ คราวต่อไปยูริจะนำเสนอเรื่องอะไรนั้น อดใจรอถึงเอนทรี่หน้านะคะ วันนี้ไปก่อนค่า....
 
 
 
ปล.คำถามของพิกจังข้อที่5ในเอนทรี่ก่อนหน้านั้น เฉลยออกมาเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ! XD
ปล2. ตอนนี้ยูริยังเปิด FAQ ประวัติศาสตร์ต่อนะคะ XD

Comment

Comment:

Tweet

สุดยอดเลยท่านเนลสัน
อ่านแล้วอยากสครีมลั่นบ้าน โฮรกกก

#6 By Phoenix_SM on 2011-11-26 11:20

อุว้าว ยาวมาก
เดี๋ยวมาอ่านอีกทีนะคะ =^=

#5 By P-G-Y on 2011-05-06 13:05

เสียดายพลาดแบบไม่น่าพลาด
น่าสนใจมากเลยค่ะ ^^

แบบนี้ถ้ามีเวลาเยอะๆก็น่าอ่านอยู่นะคะ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆที่เอามาอัพไว้ให้อ่านนะคะ ><

#3 By ✦✧Okita ✧✦ on 2011-05-05 20:40

รูปท่านเนลสันตอนที่กำลังจะขึ้นสวรรค์นั้นป๋อมเคยเห็นในหนังสืออยู่เล่มนึง เคยอ่านตอนป.4 (แป๋มคงรู้นะว่าเล่มไหน) ตอนนั้นเอะใจกับรูปนั้นมาก แล้วจดจำชื่อท่านเนลสันจนกระทั้งทุกวันนี้ ป๋อมเพิ่งเห็นรูปท่านเนลสันใส่ชุดเครื่องแบบเต็มยศเมื่อปีที่แล้วเอง หะๆ.... big smile

เล่มนี้อ่านจนตาเหลือกเลยเนอะแป๋มเนอะ question

แป๋มลองจิ้นดูนะว่า ถ้าหากท่านเนลสันกินหมีตัวนั้นจะเป็นยังไง 555 //โดนถีบ

#2 By shinji_bayan on 2011-05-05 19:03

อยากอ่านสงครามโลกครั้งที่ 1
กับครั้งที่ 2 อะครับsad smile

แต่หนังสือเทิ่นเนลสันหนาจริงอะไรจริง

#1 By [Zol~o!!]Red-Fox> on 2011-05-05 12:42

Shinji-Yuri View my profile

free counters